• Facebook
  • LinkedIn
  • Twitter
  • Technorati

โอโซน

ozone-imageโอโซน คือ สารชนิดหนึ่งที่ถูกผลิตขึ้นจากออกซิเจน ที่มีอยู่ทั่วไปในอากาศ โดยการใช้พลังงานไฟฟ้าหรือ  แสงอุลตร้าไวโอเลต เปลี่ยนโครงสร้างทางเคมีของออกซิเจน จาก 2 อะตอม ให้เป็น 3 อะตอม  ใน   1 โมเลกุล โอโซนเป็นสารที่สามารถฆ่าเชื้อโรคได้ดี และรวดเร็วกว่าคลอรีนถึง 3,000 เท่า คือใช้เวลาเป็นวินาที ในขณะที่คลอรีนใช้เวลาเป็นชั่วโมงหรือหลายชั่วโมง ในเงื่อนไขเดียวกัน นอกจากจะฆ่าเชื้อแล้วโอโซนยังสามารถทำปฏิกิริยากับสารอื่นๆ ได้ดีอีกด้วย โอโซนสามารถเกิดขึ้นในธรรมชาติได้ทั้งในทะเล ภูเขา และโดยเฉพาะชั้นบรรยากาศที่ห่างจากพื้นโลก

ประมาณ 10-50 กิโลเมตร ที่เราเรียกว่า ชั้นโอโซนทีมีประโยชน์ในการปกป้องโลกเราไว้ด้วยการช่วยลดอันตรายจากรังสียูวีจากดวงอาทิตย์ เนื่องจากโอโซนมีข้อดีต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการฆ่าเชื้อ กำจัดมลพิษ ในราคาที่ไม่สูง จึงทำให้เราพบเห็นการนำโอโซนไปใช้งานอย่างกว้างข้าง เช่น โรงงานผลิตน้ำดื่มที่ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยน้ำโอโซน , เครื่องฟอกอากาศ , เครื่องปรับอากาศในบ้าน เป็นต้น

o3

 

- ก๊าซโอโซน ฆ่าเชื้อรา เชื้อโรค ได้ดีกว่าคลอรีน 3,125 เท่า

- ก๊าซโอโซน สลายกลิ่นสัตว์เลี้ยง กลิ่นอาหาร กลิ่นต่างๆ  เช่น การทำปฏิกิริยาเคมี สลายกลิ่นแอมโมเนีย

- ก๊าซโอโซน สลายพิษไอระเหยเคมี พิษควันบุหรี่ เช่น การทำปฏิกิริยาสลายพิษ ไฮโดรเจนไซยาไนด์

- องค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกา กำหนดค่าความปลอดภัย ในการใช้ก๊าซโอโซนได้ต่อเนื่องในระบบปรับอากาศ ได้ไม่เกิน 0.05 ส่วนในล้านส่วน

 

ประโยชน์ของก๊าซโอโซน

1. ดับกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ เช่น ไอระเหยในสารอินทรีย์ต่างๆ โดยโอโซนจะเข้าไปทำปฏิกิริยากับกลิ่นเหล่านั้น ทำให้เกิดสารประกอบที่ไม่มีกลิ่น
2. ทำลายและยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรค โดยโอโซนจะเข้าไปทำลายผนังเซลล์ของเชื้อโรคต่างๆ   ทำให้เชื้อโรคไม่สามารถเจริญเติบโตได้ ที่ความเข้มข้นเพียง 0.01-0.04 PPM
3. สลายแก๊สพิษ โดยโอโซนจะเข้าไปทำลายโครงสร้างของแก๊สพิษต่างๆ ทำให้แก๊สพิษเหล่านั้นสลายตัวหรือเปลี่ยนรูป

จุดเด่นของก๊าซโอโซน

1. ทำลาย กลิ่น สารเคมี และก๊าซพิษได้ดีเยี่ยม
2. ไม่ทิ้งพิษตกค้าง เพราะเมื่อทำปฏิกิริยากับมลพิษเสร็จทุกครั้งจะได้ ออกซิเจน (O2) จึงเป็นการรักษาสิ่ง       แวดล้อมที่ดี
3. สามารถ ผลิตขึ้นได้จากอากาศทั่วไป และบริเวณที่มีไฟฟ้าใช้
4. สามารถควบคุมได้ง่ายอย่างอัตโนมัติ
5. ค่าใช้จ่ายในการใช้งานและบำรุงรักษาต่ำมากและใช้ได้ตลอดไป ไม่ต้องคอยเปลี่ยนอันใหม่ เหมือนสารเคมีดับกลิ่นอื่นๆ

 

ไวรัส ปริมาณโอโซน 0.5 – 1.5 ส่วนในล้านส่วน สามารถกำจัดเชื้อไวรัสได้ 99%  โดยระยะเวลาการฆ่าเชื้อต้องไม่น้อยกว่า 1 นาที
แบคทีเรีย ปริมาณโอโซนที่ใช้ในการกำจัดเชื้อแบคทีเรียขึ้นอยู่กับชนิดและปริมาณของแบคทีเรีย โดยทั่วไปโอโซนเข้มข้น 1-2 ส่วนในล้านส่วนสามารถกำจัดเชื้อแบคทีเรียได้ 99% โดยระยะเวลาในการฆ่าเชื้ออย่างน้อย 2-4 นาที
เชื้อรา ปริมาณโอโซนที่ใช้กับเชื้อรา จะต้องใช้ปริมาณโอโซนมากกว่า การใช้กับเชื้อไวรัส และเชื้อแบคทีเรีย เนื่องจากเชื้อรามีการสร้างสปอร์ ฉะนั้นในการกำจัดเชื้อรา 99% ต้องใช้ปริมาณโอโซนประมาณ 2-5 ส่วนในล้านส่วน ที่ระยะเวลาการฆ่าเชื้ออย่างน้อย 3-5นาทีทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณและชนิดของเชื้อรา

 

ที่มา: คูมือเครื่องผลิตโอโซน SANITIZER