• Facebook
  • LinkedIn
  • Twitter
  • Technorati

โรคภูมิแพ้คืออะไร

allergyโรคภูมิแพ้ คือ โรคที่เกิดขึ้นเนื่องจากปฏิกิริยาของร่างกายต่อสิ่งแปลกปลอม หรือที่เรียกอีกอย่างว่า สารก่อภูมิแพ้ ที่ผ่านเข้าไปใน ร่างกายในคนปรกติ ปฏิกิริยาเช่นว่านี้จะเกิดขึ้นน้อยมากและไม่มีอาการแต่อย่างใด แต่ในผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ปฏิกิริยาของร่างกายต่อสารก่อ ภูมิแพ้จะเกิดขึ้นอย่างรุนแรง ทำให้ผู้ป่วยมีอาการผิดปรกติเกิดขึ้น

 

เนื่องจากพยาธิสภาพในอวัยวะต่าง ๆ ซึ่งอาจจะเกิดเฉพาะที่หรือกระจาย ไปก็ได้ ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ มีปฏิกิริยาภูมิไวเกินต่อ ฝุ่น ตัวไรฝุ่น เชื้อราในอากาศ อาหาร ขนสัตว์ เกสรดอกไม้ เป็นต้น สารที่ก่อให้เกิดปฏิกิริยาภูมิไวเกินนี้เรียกว่า 'สารก่อภูมิแพ้'


โรคภูมิแพ้ สามารถแบ่งได้ตามอวัยวะที่เกิดโรคได้เป็น 4 โรคคือ

 1.โรคโพรงจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ หรือโรคแพ้อากาศ
 2.โรคตาอักเสบจากภูมิแพ้
 3.โรคหอบหืด
 4.โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง

โรคภูมิแพ้เกิดจากสารก่อภูมิแพ้ ซึ่งอาจแบ่งได้เป็นพวกใหญ่ๆ 4 ชนิด คือ
1. เป็นสิ่งที่หายใจเข้าไป เช่น พวกเกสรพืช เชื้อราในอากาศ ฝุ่นบ้าน ขนสัตว์
2. เป็นสิ่งที่รับประทานเข้าไป เช่น อาหาร เครื่องดื่ม สารแต่งสีและรส
3. เป็นสารที่ฉีดเข้าไปในร่างกาย เช่น ยา
4. เป็นสิ่งที่สัมผัสกับร่างกาย เช่น เครื่องประดับ เครื่องสำอาง เครื่องนุ่งห่ม ยาทา เครื่องใช้ประจำบ้าน

การป้องกัน
1.หลีกเลี่ยงการสัมผัสสิ่งที่ตนเองแพ้ เช่น ฝุ่น เกสรดอกไม้ ขนสัตว์
2.หมั่นทำความสะอาดปัดกวาดเช็ดถูที่อยู่อาศัยเช่น   บ้านพัก ห้องนอน
3.เครื่องนอนเช่น หมอน ผ้าห่ม ควรทำด้วยใยสังเคราะห์ซึ่งซักล้างได้ ไม่ควรใช้นุ่น ยาง ฟองน้ำ หรือขนนก เพราะใช้ไปแล้วนานๆ จะเป็นที่ สะสมฝุ่นและเชื้อรา
4.ไม่ควรเลี้ยงสุนัข แมวหรือนก ในบ้านที่มีผู้เป็นโรคแพ้
5.ไม่ควรเข้าใกล้บริเวณที่มีฝุ่นมาก เช่น ในขณะที่ผู้อื่นกำลังกวาดบ้านหรือดูดฝุ่นอยู่หรือเข้าไปในห้องเก็บของ เก่าๆ ห้องบนเพดาน หรือโกดังเก็บของ จำเป็นก็ต้องใส่ผ้าปิดจมูก

การรักษา
ผู้ที่เป็นภูมิแพ้ควรสังเกตตนเองว่าแพ้สารอะไร และควรงดยารับประทานแก้แพ้อย่างน้อย 24 ถึง 48 ชั่วโมง ก่อนที่จะให้แพทย์ ทดสอบทางผิวหนัง เพื่อหาสาเหตุของโรค ถ้าไม่งดยาแก้แพ้จะทำให้ผลออกมาหลอกว่าไม่แพ้สารอะไร เมื่อทราบว่าตนเองแพ้อะไรบ้างแล้ว สิ่งที่พอจะทำได้คือ พยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้ไปใกล้ชิดสัมผัสกับสิ่งที่เราแพ้ อาการแพ้อากาศก็จะทุเลาหรือหายไปได้  ยาแก้แพ้ที่ใช้มารับประทาน คือ ยาต้านฮีสตามีน (Antihistamine) เช่น คลอเฟนนิรามิน (Chlorpheniramine) มักได้ผลดี นอกจากผู้ที่มี อาการมาก เป็นมานาน มักจะดื้อยา ควรรับการฉีดวัคซีนสร้างเสริมภูมิต้านทาน หรือ อิมมูโนบำบัด (Immunotherapy) จากแพทย์โรคภูมิแพ้ ควบคู่กันไปกับการรับประทานยา มิฉะนั้นแล้วอาการแพ้จะรุนแรงกลายเป็นโรคไซนัสอักเสบหรือโรคหอบหืดตามมาได้

 

 

ที่มา: classnet.nkk.ac.th

ประพาส ยงใจยุทธ. "โรคภูมิแพ้." รามาธิบดี. 12 (2524): 25-28.